ขอเงินกู้ด่วนรายเดือนกับ pccns.in.th ที่เป็นเว็บเปรียบเทียบแหล่งเงินกู้ฉุกเฉินออนไลน์และเงินกู้ส่วนบุคคลออนไลน์ รับเงินกู้ด่วนมากได้จริงโดยสายด่วนหนี้นอกระบบและหนี้นอกระบบไม่มีสัญญาหรือได้กู้เงินผ่าน app ให้ยืมเงินที 2563 ก็ได้สมัครบัตรเอทีเอ็มและสินเชื่อเงินสดอนุมัติด่วนอนุมัติเร็วทันใจ

เงินกู้ด่วนมาก ยืมเงินออนไลน์ รับเงินกู้ฉุกเฉินได้จริงผ่านแอพ/ธนาคาร


บัตรไทยพาณิชย์
จำนวนหรือวงเงิน: ถึง 2000000 บ.
ระยะเวลาเงินกู้:ถึง 84 เดือน
อัตราดอกเบี้ยต่อปี:ถึง 28%
สมัครทันที
บัตรอิออน
จำนวนหรือวงเงิน: ถึง 800000 บ.
ระยะเวลาเงินกู้:ถึง 48 เดือน
อัตราดอกเบี้ยต่อปี:ถึง 28%
สมัครทันที
บัตรซิตี้แบงก์
จำนวนหรือวงเงิน: ถึง 600000 บ.
ระยะเวลาเงินกู้:ถึง 48 เดือน
อัตราดอกเบี้ยต่อปี:ถึง 28%
สมัครทันที
บัตรกรุงไทย
จำนวนหรือวงเงิน: ถึง 1200000 บ.
ระยะเวลาเงินกู้:ถึง 60 เดือน
อัตราดอกเบี้ยต่อปี:ถึง 28%
สมัครทันที
บัตรเครดิต ซิตี้
จำนวนหรือวงเงิน: ถึง 600000 บ.
ระยะเวลาเงินกู้:ถึง 48 เดือน
อัตราดอกเบี้ยต่อปี:ถึง 28%
สมัครทันที

เรื่องต้องรู้! โล๊ะบัตรเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กเปลี่ยนเป็นชิปการ์ด เพิ่มความปลอดภัยต่อการใช้งาน 2563 (2020)

ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 (2020) ที่ผ่านมาหลาย ๆ คนอาจจะทราบกันแล้วว่าทางธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน และสมาคมธนาคารไทยได้ร่วมกันเปลี่ยนหรือโล๊ะบัตรเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กมาเป็นแบบชิปการ์ดกันหมดแล้ว ซึ่งก็คงจะเปลี่ยนกันมาทุกคนแต่ก็ใช่ว่าจะเข้าใจว่าทำไมต้องมาเปลี่ยนด้วย เอาเป็นว่าบทความนี้จะมาช่วยสร้างความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัตรเอทีเอ็มเอง

เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนบัตร ATM แบบแม่เหล็กเป็นชิปการ์ด

เหตุผลที่หลาย ๆ คนสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องเปลี่ยนบัตร ATM จากเดิมที่เป็นแม่เหล็กมาเป็นชิปการ์ด ก็เพราะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานบัตรนั่นเอง เพราะด้วยเทคโนโลยีของชิปการ์ดที่มีระบบความปลอดภัยสูงกว่าแถบแม่เหล็ก จึงทำให้มิจฉาชีพไม่สามารถโจรกรรมข้อมูลของผู้ถือบัตรจริงไปปลอมแปลงใหม่ได้ เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

แล้วบัตร atm แถบแม่เหล็กเป็นแบบไหน ชิปการ์ดเป็นแบบไหน?

วิธีการสังเกตเรื่องนี้ไม่ยาก หากเป็นบัตรแถบแม่เหล็กด้านหน้าก็จะโล่ง ๆ เป็นตัวบัตรอย่างเดียวไม่มีตัวชิปการ์ดใด ๆ ปรากฎ แต่จะมีปรากฎอยู่ด้านหลังบัตรเอทีเอ็มแทนเป็นแถบแม่เหล็กยาวมีช่องด้านล่างไว้ใส่ลายมือชื่อผู้ถือบัตร ส่วนบัตรชิปการ์ดก็จะมีตัวชิปเล็ก ๆ ปรากฎอยู่ด้านหน้าบัตรเอทีเอ็ม และด้านหลังก็จะเหมือนกับบัตรเดิมคือมีแถบแม่เหล็กยาวมีช่องด้านล่างไว้ใส่ลายมือชื่อ ซึ่งหากเป็นก่อนหน้าที่ก็จะให้สังเกตบัตรของตนเองหากใครไม่มีชิปเล็ก ๆ อยู่หน้าบัตรต้องรีบไปเปลี่ยน แต่เมื่อมาถึงปัจจุบันนี้คิดว่าคงเปลี่ยนกันหมดแล้วใช่ไหมล่ะ.. ถามว่าการเปลี่ยนบัตรที่ผ่านมาเสียค่าธรรมเนียมอะไรไหมก็ถ้าใครเปลี่ยนก่อนวันที่ 15 มกราคม 2563 (2020) ก็ไม่ต้องเสียใด ๆ หากใครใช้แถบแม่เหล็กยังไม่ครบปีแต่ต้องเปลี่ยนบัตร atm มาเป็นชิปการ์ดแล้ว จะมี 2 กรณี คือ เมื่อถึงวันครบกำหนดบัตรธนาคารก็จะเก็บค่าธรรมเนียมรายปี หรือธนาคารจะโอนค่าธรรมเนียมรายปีคืนตามวันที่เหลือของบัตรเอทีเอ็มเดิม

กรณีที่ใครเปลี่ยนบัตร atm ไม่ทันวันที่กำหนด คือ 15 มกราคม 2563 (2020) บัตรเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กเดิม ๆ ก็จะไม่สามารถใช้ที่ตู้ atm รวมถึงเครื่องรูดบัตรร้านค้าใด ๆ ได้อีกต่อไป การใช้งานเงินสดจะทำได้เพียงการเดินทางไปถอนเงินออกมาจากธนาคาร หรือใช้วิธีการกดแบบไม่ต้องใช้บัตร หรือโอนเงินผ่านแอป Mobile banking/Internet banking 

มาถึงตรงนี้เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลที่น่าสนใจเหล่านี้จะช่วยสร้างความเข้าใจในเรื่องของการเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มจากเดิมแบบแถบแม่เหล็กมาเป็นแบบชิปการ์ดแทน ซึ่งจริง ๆ แล้วการเปลี่ยนครั้งนี้เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยต่อตัวคุณเองนั่นเอง ไม่ใช่ใครอื่น